คลังเก็บหมวดหมู่: ทั่วไป

กินเจต่อเนื่อง หลังเทศกาลอย่างไรให้สุขภาพดีต่อไป

กินเจต่อเนื่อง หลังเทศกาลอย่างไรให้สุขภาพดีต่อไป พ้นไปแล้วสำหรับเทศกาลรับประทานเจ แม้คุณเป็นคนๆหนึ่งที่ร่วมรับประทานเจด้วย


ภายหลังงดเว้นทานเนื้อสัตว์มาได้ซักพัก คุณรู้สึกต้องการจะกินอาหารเจต่อไหม?
การกินอาหารเจนั้นเป็นการดี เมื่อก่อนจะเริ่ม คุณควรศึกษาเล่าเรียนการรับประทานอาหารเจให้ส่งผลดีต่อร่างกายซะก่อน ถ้าทานเพียงตามความรู้ความเข้าใจของตนสิ่งเดียวแล้วละก็ บางทีก็อาจจะมีผลเสียให้ต่อร่างกายได้เหมือนกัน
อย่างแรกที่ควรจะพิจารณาเป็นเรื่องของการหาแหล่งโปรตีนเข้าร่างกาย
การที่คุณงดเว้นการทานเนื้อสัตว์แล้วก็นมนั้น ก็พอๆกับว่าคุณขาดการได้รับแหล่งโปรตีนที่สำคัญจากเนื้อสัตว์ โดยเหตุนี้ในหนึ่งวันคุณน่าจะทานถั่ว หรือ เต้าหู้ ซึ่งมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบ เพื่อนำไปสร้างเสริมกล้าม ให้ร่างกายของคุณแข็งแรง
ในหนึ่งวัน คุณควรจะทานโปรตีนจากถั่ว ขั้นต่ำ 1-2 มื้อ หรือถ้ากลัวว่าไม่พอ บางทีอาจทานน้ำนมถั่วเหลืองเสริม เพื่อเพิ่มโปรตีนเสริมเขาไปภายในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องถัดมาเป็น วิธีการทำความสะอาดผักก่อนทานเสมอ
การรับประทานอาหารเจ แน่ๆว่าผัก จะเปลี่ยนเป็นของกินสำคัญประจำชีวิตคุณในทุกมื้อ แม้กระนั้นคุณอย่าลืมไปว่าในบรรดาผักทั้งหลายแหล่ ที่ขายในขณะนี้กันนั้น ล้วนเต็มไปด้วยสารเคมีกำจัดแมลง ที่ทำให้เป็นอันตราย และก็บางทีอาจสะสมอยู่ภายในร่างกายพวกเรา
ทุกๆครั้งที่คุณซื้อมาทาน ไม่ว่าผัก หรือ ผลไม้ ก็ควรจะทำความสะอาดโดยการล้างให้สะอาดก่อนทุกคราว เพื่อชำระล้างสารเคมี และก็ พยาธิที่อยู่ตามผัก ให้ไหลออกไปไม่เล็ดรอดเข้าไปภายในร่างกายของพวกเราได้ เสนอแนะให้ใช้ด่างทับทิมสำหรับการแช่ผัก ซึ่งจะช่วยล้างผักได้สะอาดขึ้นกว่าแนวทางธรรมดาและก็มีคุณภาพกว่า
สิ่งสำคัญของการกินเจ
แม้ว่าการรับประทานเจ จึงควรไม่เอารัดเอาเปรียบ การทานเนื้อสัตว์ ทานแต่ว่าผักเป็นของกินหลัก แต่ว่าก็ยังมีข้อกำหนดพืชอยู่ 5 อย่าง ซึ่งนับว่าเป็นผักฉุน ที่ไม่สมควรไปอยู่ในของกินของคุณเหมือนกับ เนื้อสัตว์
ทั้งยัง กุยช่าย หัวหอม กระเทียม หลักเกียว ใบยาดูดทุกประเภท รวมทั้งนมข้น เนื่อจากทั้งผองที่กล่าวมา ล้วนเป็นของคาว ของสด ก็เลยไม่ถูกต่อหลัก ที่จะต้องเคร่ง ถ้าคุณไม่อยากที่จะให้สุขภาพเสื่อมลงจากการกินอาหารเจ คุณควรศึกษาเรียนรู้ หลักโภชนาการ5กลุ่มให้ดี เพื่อจะได้หาสารอาหารจากแหล่งอื่นๆมาชดเชย ให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ
นอกนั้นยังต้องระมัดระวังเรื่องของ วัตถุดิบทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ ด้วยเหตุว่าในบางที่ มีการใส่สารเพิ่มกลิ่น แล้วก็ สารแต่งสี ที่บางทีอาจไม่ใช้เรื่องดีสำหรับสุขภาพ สิ่งจำเป็นที่สามารถช่วยให้ท่านนั้น สามารถกินอาหารเจได้นานขึ้นซึ่งก็คือ การฝึกฝนสมาธิซึ่งจะช่วยทำให้คุณสามารถใคร่ครวญสำหรับการทานเนื้อสัตว์ได้และก็การออกกำลังนั้น นอกเหนือจากการที่จะทำให้ท่านสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ยังช่วยในหัวข้อการตั้งสติจากการบริหารร่างกายได้ในตัวอีกด้วย รวมทั้งนอกนั้น อย่าลืมหมั่นเรียนรู้รายการอาหารการประกอบอาหารเจให้มากมายเข้าไว้เพื่อสามารถประกอบอาหารเจทานเองได้เพิ่มมากขึ้น จะได้ไม่ไม่อยากอาหารเจจนถึงเลิกทานไปนั่นเอง

ตำนานผีไทยที่รู้แล้วหลอนจนนอนไม่หลับ

ตำนานผีไทยที่รู้แล้วหลอนจนนอนไม่หลับ เรื่องสิ่งลึกลับ หรือความเชื่อถือเรื่องผี วิญญาณ ยังคงอยู่คู่กับคนประเทศไทยมานาน


ตั้งแต่สมัยก่อนถึงปัจจุบันนี้ พิจารณาได้จากรายการวิทยุที่มีดีเจมีชื่อเสียงจัดรายการผีมามากปีโดยรายการก็ยังคงอยู่ไม่หายไปไหน แถมยังมีมากขึ้นอีกด้วย ทั้งยังยังมีรายการทีวีที่มี

ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งพวกนี้เยอะไปหมด รวมทั้งมากขึ้นอีกด้วย เอาละเล่ามาถึงที่ตรงนี้แล้ว พวกเราก็จะพาท่านไปสู้เรื่องตำนานของผีไทยที่พักว่าคนไหนได้อ่านก็จะต้องจินตาการไปไกลจนถึงหลอนนอนไม่หลับแน่ๆ

ผีพรายหรือพรายน้ำ

มั่นใจว่าตอนเด็กๆนั้น ทุกคนจำต้องถูกใจไปเล่นน้ำตามลำคลองหรือแม่น้ำกับกลุ่มสหายๆแน่นอนแล้วบิดามารดาหรือต้นตระกูลก็จะกล่าวว่าระวังผีพรายมาจับกุมไปนะ เด็กก็ต่างพากันกลัวไม่กล้าลงเล่นน้ำ ผีพรายนั้นมีต้นเหตุจากภูตผีของซากสัตว์ใต้น้ำที่สะสมพลังวิญญาน

จนถึงก่อให้เกิดขึ้นเป็นผีพรายที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเผชิญจะมีลักษณะเป็นหญิงสาวหรือหญิงแก่ผมยาวใส่เสื้อสีขาว บ้างก็จะพบเป็นดวงไฟ ยามช่วงเวลากลางคืนกึ่งกลางแม่น้ำก็มี

แม้กระนั้นทั้งปวงจะพบรอบๆแหล่งน้ำทั้งหมดรวมถึงรอบๆที่คนเสียวิชีวิตตามแหล่งน้ำนั้นๆพี่พรายจะออกมาแสดงตัวในช่วงเวลาเช้ามืด เที่ยงคืน แล้วก็ยามสนธยา ใกล้ค่ำ เผื่อกระทำหลอกเหยื่อนั่นเอง

ถ้าเกิดเรียงลำดับความน่าสะพรึงกลัวแล้ว ผีพรายจะมิได้เป็นผีที่ออกมาหลอกผู้คนราวกับผีแบบอื่นเพียงมันจะรอเหยื่อที่เข้ามาหามันเองเพียงพอได้โอกาสก็เลยจะมีผลให้เหยื่อกลัวจนกระทั่งตกน้ำรวมทั้งโดนดึงร่างเอาไว้จนตายไปนั่นเอง

ผีตานี

ผีประเภทนี้ก็จะมีให้มองเห็นการเอามาทำเป็นหนัง-ละครกันบ้างกระจาย แม้กระนั้นไม่ได้รับความนิยมพอๆกับปอบ หรือกระสือ ผีตานีนั้นเป็นวิญญานที่สิงอยู่ในต้นกล้วยตานีที่มีปลีกล้วยออกที่กึ่งกลางต้น มีลักษณะเป็นหญิงสาวงาม กลิ่นเต่าหอม ผมยาว มักกออกมาแสดงตัววิกาล

ในอดีตสมัยที่คนยังไม่รู้กับผีตานีมีเรื่องมีราวเล่าว่ามีผู้ชายที่เข้าไปทำให้หมดทุกข์ในดงกล้วยและก็ได้เจอกับหญิงสาวคนหนึ่งและก็ทั้งสองได้เป็นคู้รักกันและก็ได้เสียกัน ในเวลาถัดมาหนุ่มล้มป่วยจนตายไปสุดท้าย ก็เลยทำให้ผู้คนกลัวเรื่องราวของนางตานีหลังจากนั้นเป็นต้นมา

แม้กระนั้นบางตำนานก็ว่า บ้านคนไหนกันที่มีผู้ชายแล้วก็มีต้นกล้วยตานีขึ้นอยู่กับใกล้รอบๆบ้าน ช่วงกลางคืนในยามนอนหลับจะฝันไปว่ามีหญิงสาวรูปงามมาขอมีสมาคมด้วยในตอนแรกๆนั้นผู้ชายก็จะรู้สึกสุขสบายแม้กระนั้นเวลาผ่านไปก็จะป่วยไข้และก็ตายไปนั่นเอง แม้

กระนั้นใช่ว่าต้นกล้วยตานีจะมีวิญญาณสิงอยู่ทุกต้น แต่ว่าถึงอย่างงั้นผู้คนก็ยังไม่กล้าที่จะนำใบกล้วย หรือผลกล้วยจากต้นกล้วยตานีไปใช้อยู่ดี

ยังมีอีกหลายตำนานความหลอนที่จะเสนอให้เพื่อนฝูงได้อ่านกันติดติดได้ในคราวต่อไปเลยการันตีความหลอนแน่ๆ

กีต้าร์มีประวัติที่มา

อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีอีกพวก จัดเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีชนิดสาย จะใช้นิ้ว หรือ ใช้ปิ๊กดีด เสียงกีต้าร์จะเกินจากการกระตุกของสาย


กีต้าร์มีอีกทั้งแบบที่เป็นแบบอคูสติก รวมถึง เป็นแบบไฟฟ้า บางตัวเป็นได้ทั้งคู่อย่าง
กีต้าร์เป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ได้รับความชอบใจจากนักดนตรีและแพร่หลายอย่างมากกับดนตรีจำนวนมากสไตล์ เป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ได้รับความนิยมเยอะมากในทุกวัย และจากนั้นก็ นิยมเล่นเพลงเพลงเดียวอย่างที่เผชิญเป็นกีต้าร์อคูสติก กีต้าร์สามารถใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีในยามว่าง หรือ งานว่าง
ที่มาที่ไปของกีต้าร์
กีต้าร์คำนี้ได้มาจากภาษาประเทศสเปน ซึ่งคำนี้ก็ได้มาจากภาษากรีกอีกที จากต้นเหตุจากมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่คำว่ากีต้าร์คงมีรากศัพท์มาจากภาษาญาติอินโดยูโรเปียน
กีต้าร์ในปัจจุบันมาจากอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่เรียกกันว่า cithara ของชาวโรมัน ได้นำเข้ามาแพร่ระบาดในอาณาจักรฮิสปาเนียหรือประเทศสเปนโบราณ จากนั้นได้เปลี่ยนเปลี่ยนแปลงมาเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่มีสี่สายเรียกกันว่าอู๊ด นำเข้าโดยพวกชาวมัวร์ในยุคที่มาครอบครองแหลมไอบีเรียนตอนศตวรรษที่ 8
ในยุโรปมีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่เรียกกันว่า ลุต ของชาวสแกนดิเนเวียมีอยู่หกสายได้รับความนิยมรวมถึงเป็นที่น่าพออกพอใจอย่างมากมายจากชาวไวกิ้ง กีต้าร์สี่สายมีกันอยู่สองแบบเป็น กีตาร่า มอริสกา หรือ กีต้าร์ของชาวมัวร์ มีรูปร่างกลม ตัวคอกว่างเปล่ามีหลายรู กีตาร่า ลาติน่า มีรูปร่างคล้ายกับกีต้าร์ขณะนี้ ส่วนอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีอู๊ดของพวกชาวอาหรับและลูตของชาวรุโรปได้รับความนิยมเพียงแต่ช่วงสั้นๆเครื่องดตรีที่มีรูปร่างคล้ายกับกีต้าร์เดี๋ยวนี้เกิดขึ้นในตอนยุคปลายยุคกลางหรือก็คือยุคต้นของสมัยเรอเนสซองเป็นตอนๆที่คนทั่วทั้งโลกเริ่มใช้อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีจำพวกสายกัน โบแชมป์ ได้รับสิทธิบัตรร่วมกับ ริกเค่นแบ็กเกอร์ ตั้งบริษัท Electro String Instrument ผลิตกีต้าร์กระแสไฟในตอนปี 1930 ต่อมาในตอนปี 1960 จอห์น เลนนอน หนึ่งในผู้ก่อตั้งวงเดอะบีทเทิลส์ใช้กีต้าร์ของบริษัทนี้ทำให้เกียรติของกีต้าร์แบรนด์นี้ได้รับความชอบใจจากนักดนตรีเป็นจำนวนมากจากกลุ่มนักดนตรีในตอนนั้นส่วนปัจจุบันนี้บริษัททริกเค่นแบ็กเกอร์เป็นบริษัทที่ผลิตกีต้าร์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา
1.กีต้าร์ตัวตัน Solid Body เป็นกีต้าร์ไฟฟ้าธรรมดาที่ตัวกีต้าร์มีลักษณะตัน ไม่ได้เจราะช่องในตัวกีต้าร์เหมือนกีต้าร์โปร่ง หรือ กีต้าร์อคูสติกลำตัวของกีต้าร์จะมีตัวรับสัญญาณเพื่อส่งไปยังเครื่องขยายเสียง
2.กีต้าร์โปร่ง Hallow Body เป็นกีต้าร์ที่เจราะตัวกีต้าร์เพื่อเกิดเสียง ดังเช่นว่า กีต้าร์อคูสติก ปกติกช่องนั้นจะอยู่ข้างลำตัวของกีต้าร์เพราะว่าบริเวณกลางตัวกีต้าร์จะมีการใส่ตัวรับสัญญาณของกีต้าร์ที่จะไปออกยังเครื่องขยายเสียงกีต้าร์ชนิดนี้นักดนตรีเยอะๆจะใช้เล่นกับวงแจ๊สหรือเพลงบลูส์

 

 

 

อ่านต่อได้ที่นี่

กลองชุดประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน

กลองชุดเป็นชื่อเรียกในภาษาไทย ความหมายซึ่งก็คือกลองหลายใบมารวมกัน ส่วนภาษาอังกฤษ เรียกว่า Team Drum หรือ Jass Drum สองชื่อนี้สื่อความหมายเหมือนกันเป็นการเล่นเพลงเพลงกลองหลายใบ


คำว่า แจ๊ส ( Jass )เป็นดนตรีแจ๊ส ที่มีกลองชุดเล่นเล่นเพลงเพลง และก็ยังมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษอีกว่า Dance Drumming ความหมายเป็น กลองชุดที่ใช้จังหวะเล่นเพลงแบบเต้นรำ
กลองชุดถือว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่เริ่มแรกที่สุดเลยก็ว่าได้ ของอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีทั้งสิ้น ในอดีตมนุษย์ใช้หนังสัตว์ขึงบนรูกลวงของท่อนไม้ รวมทั้ง ใช้ตีด้วยนิ้วรวมทั้งมี ข้อมูลประวัติศาสตร์พูดว่า ในยุคเก่าคนพื้นถิ่นจะตีกลองเป็นจังหวะเต้นรำระหว่างเผ่า แต่ปัจจุบันนี้กลองชุดจะถูกใช้ในวงดนตรี
ตอนปี คริสต์ศักราช1890 ถึง คริสต์ศักราช1910 นักตีกลองเริ่มออกมาจากการตีกลองแบบเริ่มต้น ขยันหมั่นเพียรที่จะติดต่อถึงความรู้สึกที่เป็นอิสระของดนตรี ที่ก่อนหน้าจะเป็นแผนแบบบังคับ
ปี คริสต์ศักราช1910 ถึง ค.ส.1920 จังหวะ แร็กไทม์ ( Ragtime ) ได้รับความพึงพอใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นจังหวะใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ จังหวะของแร็กไทม์ เป็นจังหวะเร็วชวนให้เต้นรำ เป็นที่พึงพอใจของคนผิวดำ คนสมัยก่อนจะไม่รับของใหม่ รวมทั้ง เรียกพวกมือกลองจังหวะแร็กไทม์ว่า ของปลอม เพรามือกลองรุ่นก่อนโดยมากจะยึดเอาโน้ตเป็นหลัก เนื่องจากมือกลองคนใหม่จะใช้ความจำและก็เล่นอย่างอิสระโดยไม่นึกถึงเรื่องโน้ต ถึงจะไม่ใช้ตัวโน้ต หากแม้มือกลองแบบใหม่ๆสามารถอ่านรวมทั้งเข้าใจอารมณ์ของอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีได้อย่างดียิ่ง

กลองชุดมีส่วนประกอบหลักเป็นอย่างไร
1.กลองใหญ่ Bass Drum
ขนาดของกลองใบใหญ่ที่นิยมใช้เล่นกันปกติเป็นขนาด 14 x 20 นิ้ว หรือ 14 x 22 นิ้ว เหมือนกันกับกลองใหญ่ในวงดุริยางค์ มีขาหยั่งติดมากับตัวกลอง กลองใหญ่จะไม่ใช้ไม้ตี แม้กระนั้นจะใช้ ลือกระเดื่อง Pedal เป็นตัวสร้างจังหวะแทน
2.กลองเล็ก Snare Drum
กลองเล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของกลองชุดเลยก็ว่าได้ ขนาดของกลองเล็กที่นิยมใช้กันจำนวนมากเป็น 6 x 14 นิ้ว สามารถนำเอาไปใช้กับวงดนตรีธรรมดาได้ กลองเล็กเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่สำคัญที่สุดของอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ใช้การเคาะ กลองเล็กจะปฏิบัติภารกิจเป็นจังหวะที่ขัดกับกลองใหญ่ กลองใหญ่จะร้องจังหวะ หนัก แล้วก็ ค่อย ส่วนกลองเล็กจะเล่นจังหวะขืน หรือ ขัด

3.ฉาบ Cymbals
ส่วนประกอบอีกอย่างของกลองชุด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 – 30 นิ้ว ตั้งอยู่ด้านบนขวามือ แล้วก็ มีอีกตัวที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ขนาด 16 – 18 นิ้ว ตั้งอยู่ด้านบนซ้าย
4.ไฮแฮท Hi Hat
ไฮแฮทเป็นฉาบสองใบตามติดกัน ขนาดโดยปกติที่นิยมใช้ เส้นผ่าศูนย์จะอยู่ที่ 14 – 15 นิ้ว ไฮแฮทมีหน้าที่เป็นคอยขัดหรือหนุนกลองเล็ก ย้ำให้จังหวะกระชับขึ้น
5.ทอม Tom
กลองขนาดเล็กสองใบ มือกลองส่วนใหญ่นิยมใช้ขนาด 9 x 13 และ 14 x 14 นิ้ว ระดับเสียงทางซ้ายมือจะหรูหราเสียงที่สูงกว่าทางขวามือ
6.ฟลอร์ทอม Floor Tom
ฟลอร์ทอม หรือ ทอมใหญ่ เวลาเล่นเพลงจะตั้งอยู่ด้านขวามือชิดกับกลองใหญ่ เสียงจะน้อยกว่ากลองทอม แต่ว่าเสียงจะสูงกว่ากลองใหญ่ ทำหน้าที่เสมอเหมือนกลองทอม ขนาดโดยปกติเป็น 16 x 16 นิ้ว

 

 

กีต้าร์มีประวัติที่มา

อ่านต่อได้ที่นี่

ความแตกต่างระหว่างหลักสูตร amazon ฟรี กับหลักสูตร amazon เสียตังค์

ทุกวันนี้แนวทางการขายออนไลน์นั้นเป็นที่พึงพอใจมากไม่น้อยเลยทีเดียวครับผม แต่ก่อนถ้าเกิดจะค้าขายกับต่างแดนนั้นเกิดเรื่องที่ยากมากมายๆ


แต่ขณะนี้ไม่ยากแล้วการนำเข้าหรือส่งออกเกิดเรื่องที่ง่ายดายเมื่อโลกไซเบอร์เข้าถึงครับ และก่อกำเนิดเป็นการขายสินค้าแบบคนกลางที่คุณไม่ต้องมีผลิตภัณฑ์อยู่ในมือก็สามารถขายได้ โน่นเป็นแนวทางการขายสินค้า amazon แบบ aff นั่นเองนะครับ ซึ่งในขณะนี้ก็มีหลักสูตรจำนวนมากที่เปิดสอน amazon ทั้งฟรีและไม่ฟรี ตั้งแต่นี้ต่อไปเรามาดูข้อแตกต่างกันเลยขอรับ ว่าฟรีกับไม่ฟรีนั้นไม่เหมือนกันอย่างไร
1. หลักสูตร amazon ฟรีเหมาะสมกับคนที่ไม่มีพื้นฐาน
หลักสูตรสอน amazon ฟรีหลายๆที่นั้น จะสอนในเรื่องเบื้องต้นครับผม อาทิเช่นวิธีทำ amazon นั้นดีอย่างไร สามารถทำเงินได้อย่างไร จะไม่ได้ลงรายละเอียดหนทางมากนั้น จะเน้นโชว์ยอดขายแล้วก็การขายว่าการทำ amazon นั้นมีกี่หนทาง ได้แก่การเป็น aff และการนำสินค้ามาขายเองฯลฯครับ แต่จะไม่ได้ลงรายละเอียดมากสักเท่าไรนักในเรื่องการขาย หรือปัญหาที่จะต้องเจอ หลักสูตรจำพวกนี้ย้ำบอกเชิงบวกซะมากกว่า สร้างสิ่งล่อใจให้อยากขาย amazon ฯลฯครับ ด้วยเหตุนั้นก็เลยเหมาะสมกับผู้ที่อยากได้หารายได้เสริม ลงคอร์สแล้วมานั่งฟังก็จัดว่าโอเคครับผม เป็นตัวช่วยสำหรับในการตกลงปลงใจได้เป็นอย่างดี ซึ่งข้างหลังๆหลักสูตรฟรีกลุ่มนี้ก็จะมีการแนะนำให้แก่คุณซื้อหลักสูตรแบบเต็มๆนะครับ ราคาก็ต่างๆนาๆตามแพคเก็จที่จะได้รับ ชอบใจแบบไหนก็เลือกกันได้เลย แม้กระนั้นถ้าหากไม่ซื้อก็ช่างเถิดนะครับ เนื่องจากว่าจากที่คุณถูกคอร์สฟรีมาคุณก็พอเพียงจะมีพื้นฐานบ้าง สามารถมาหาข้อมูลต่อยอดได้ด้วยตัวเอง
2. หลักสูตรสอน amazon แบบเสียเงินเสียทอง
แน่นอนว่าหลักสูตรที่เสียเงินควรมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่าแน่นอนซึ่งจะสอนให้แด่คุณทำเป็นมียอดขายเสร็จครับผม ราวกับเป็นคนดูแลรอดูแลจนกว่าคุณจะสามารถขายได้ ทุกทางที่ชี้นำล้วนแล้วแต่เป็นทางที่ประสบความสำเร็จ คุณไม่ต้องลองถูกลองผิดเอง มีปัญหาก็สามารถถามคุณครูได้เลยทันทีทันใดราวมีคนดูแลส่วนตัวเช่นไรอย่างนั้นเลยล่ะ ถ้าหากคุณขายสินค้าแบบ aff คนฝึกก็จะให้ทางในการประชาสัมพันธ์การทำ SEO ที่ทำให้บล็อคของคุณติดอันดับได้จริงๆและมีจำนวนเงินเข้ามาในบัญชีครับ แต่ว่าถ้าเป็นแบบนำสินค้ามาขายใน amazon ผู้ฝึกก็จะแนะนำแหล่งหาซื้อสินค้าไปขาย หนทางโปรโมทเช่นไรให้ผลิตภัณฑ์ติดอันดับอะไรทำนองนี้ ซึ่งก็จะมีแนวทางต่างๆล้นหลามตราบจนกระทั่งคุณมียอดขายเข้ามาจากที่วางเป้าเอาไว้ ซึ่งราคาหลักสูตรก็คุ้มคุ้มราคาครับ อาจจะต้องลงทุนมากมายนิดหน่อย แม้ว่าผลตอบแทนที่กลับมาถือว่าคุ้มทีเดียว

อ่านต่อได้ที่นี่

เกมส์สล็อตในเว็บคาสิโนออนไลน์อัพเดทใหม่ปัจจุบันอาทิตย์นี้

 

 

ขายของ amazon อย่างไรไม่ให้ขาดทุน

แน่ๆว่าการขายสินค้าทุกจำพวกน่าจะไม่มีผู้ใดต้องการจะขาดทุนครับ ไม่เว้นแม้กระทั้งแนวทางการขายผลิตภัณฑ์ amazon


ซึ่งการได้กำไรหรือขาดทุนนั้นก็ขึ้นกับเงินลงทุนของแต่ละคนด้วยครับ เพราะเหตุเหล่านี้แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุว่าถ้าคุณหาสินค้าที่รู้จักดีสำหรับการหา ก็จะได้กำไรได้เป็นจำนวนมากอย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นดังนี้เราจะไม่เอ่ยถึงเรื่องของการหาผลิตภัณฑ์ครับผม เราจะผ่านที่ตรงนี้ไปดูวิธีขายผลิตภัณฑ์ amazon เช่นไรไม่ให้ขาดทุน
ปัจจัยสำคัญเลยเป็นค่าการขนส่งครับผม บางบุคคลคิดค่าผลิตภัณฑ์ถูกแถมส่งฟรีอีก ซึ่งโน่นเป็นการฆ่าตัวเองนะครับ เพราะว่าค่าส่งนั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักอของผลิตภัณฑ์ โดยเหตุนี้การจะขายอะไรก็ตามน่าจะที่จะคำนวณในเรื่องของค่าขนส่ง และน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ จำเป็นจะต้องคำนวณถึงกล่องที่ใส่ด้วยนะครับ คิดทุกอย่างที่เป็นน้ำหนัก ซึ่งวันนี้ก็มีมาให้มองอย่างคร่าวๆสำหรับน้ำหนักของกล่องไปรษณีย์ไทยนะครับ
1. กล่อง ก : ขนาดกล่อง 14x20x6 หนัก 80 กรัม
2. กล่อง ข : ขนาดกล่อง 17x25x9 หนัก 124 กรัม
3. กล่อง ค : ขนาดกล่อง 20x30x11 หนัก 190 กรัม
4. กล่อง ง : ขนาดกล่อง : 22 x 35 x 14 หนัก 251กรัม
5. กล่อง จ : ขนาดกล่อง : 24 x 40 x 17 หนัก 322กรัม
6. กล่อง ฉ : ขนาดกล่อง : 30 x 45 x 20 หนัก 322กรัม
ซึ่งการขายผลิตภัณฑ์ amazon นั้นจำนวนมากจะย้ำขายไปยังต่างประเทศอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะต้องคำนวณในเรื่องของวิธีการขนส่งด้วยนะครับ ในส่วนของการส่งพัสดุภัณฑ์ทางอากาศนั้นจำเป็นต้องไม่หนักเกิน 2 กิโล ถ้าว่าสินค้ามีน้ำหนักเกินและก็จำเป็นจะต้องส่งให้ไปใช้บริการเอกชนอย่าง Fedex หรือ DHL แทนครับสามารถพินิจพิจารณาค่าส่งก่อนได้ แล้วก็น่าจะคำนวณค่าส่งให้พอดีแบบไม่ขาดทุน
แม้ว่าจะดูเกิดเรื่องที่ยุ่งยากสักนิดสักหน่อย ถึงแม้ผู้ขายผลิตภัณฑ์ amazon น่าจะที่จะจึงควรตั้งอกตั้งใจขอรับ เพราะถ้าหากไม่เช่นนั้นอาจส่งผลให้คุณไม่คุ้มที่จะขาย นานๆเข้าก็เจ๊งครับ นอกเหนือจากการคำนวณค่าขนส่งแล้ว ยังจำต้องคำนวณเพื่อไปในเรื่องของการเบิกเบิกเงินด้วยครับผม ถ้าคุณเลือกเบิกเบิกเงินแบบการโอนผ่านแบงค์กรุงเทพ ก็อาจจะเป็นผลให้เสียค่าบริการเพิ่ม เพราะฉะนั้นควรจะเพิ่มราคาสินค้าเข้าไปเพื่อความสมดุลด้วยนะครับ แม้แต่เรื่องจิ๊บจ๊อยๆน้อยๆบางอย่าง ดังเช่นว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสารการเดินทางไปซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อมาขายสินค้า amazon ก็จะต้องเอามาคำนวณด้วยขอรับ อย่างบางบุคคลท้ายที่สุด ทุนหายกำไรหด โน่นก็เพราะคุณปล่อยปละละเลยสิ่งเล็กๆน้อยๆด้านการคำนวณทุนไปนั่นเองนะครับ ด้วยเหตุดังกล่าวถึงแม้คุณคำนวณทั้งหมดทุกอย่างได้อย่างพอดิบพอดี ราคาพอดิบพอดีสินค้าไม่แพงเกินไปค่าขนส่งพอควร ก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่คุณจะขาดทุนขอรับ

อ่านต่อได้ที่นี่

ควันหลงด้านหลังเกมยูเว่ปะทะแมนยู